วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

แข่งกับเวลา ที่ ยอดดอยม่อนอังเกตุ

หายจากการเดินทางไปเสียตั้งนาน...สุดท้ายก็หักห้ามใจตัวเองไม่ได้...ที่จะทิ้งการเดินทางแห่งความสุขและเรายังไปตามเส้นทางที่ค้นหาไม่มีวันรู้จบ...ณ.ดินแดนที่พี่แอนอาศัยอยู่........จนมีอยู่วันหนึ่งมีนักเดินทางจากดินแดนสิวิไล...(กรุงเทพฯ) เมื่อวันที่ 2-3 มกราคม 54 นำทีมโดยเจ้าตี๋น้อย...แต่ตัวไม่น้อยนะและก็อีกนั้นแหละเจ้าตี๋น้อยก็โชคดีที่ทริปนี้ยังมีคนแก่ๆๆๆๆที่ชื่อว่ายายแอน ได้มีความยินดีร่วมที่จะเดินทางด้วย..เหตุผลที่ว่า พี่แอน
อยากไปงัย... และก็นานแล้วด้วยที่พื่แอนไม่ได้ขึ้นไปพักบนยอดแห่งนี้มาร่วมปีทีเดียวเลยละ...ที่ผ่านมาก็ไปถึงแค่บ้านโฮมสเตย์ลีซอบ้านปางขุมเท่านั้นเอง...
ก่อนเดินทางเราคุยกันในทีมที่ออกเดินทาง การเดินทางเที่ยวนี้ก็ไม่พ้นตาอ้วนที่เป็นผู้ที่นำเราขึ้นสู่ยอดดอยที่สูงที่สุดในอำเภอสะเมิง...ก็คือคันที่เห็นในรูปนั้นแหละ เราต้องทำเวลาที่จะไปลาพระอาทิตย์ที่จะจากเราในวันนี้ ให้ได้
ถึงจุดหมายเรารีบจัดแจงสัมภาระกางเต้นท์ให้เรียบร้อยเดี่ยวมืดแล้วเราจะทำอะไรไม่ได้เลย และเราปรึกษากันว่าเราจะหันหัวเต้นท์ไปทางพระอาทิตย์ขึ้นมาสวัสดีเราตอนเช้า รู้ไหม...วันนี้พื่แอนนำเต้นท์มา 1 หลัง ใหญ่ และ 2 หลังเล็ก สรุปว่ากางเต้นท์เดียวหลังใหญ่...พี่แอนก็นอนเรียงแถวกับน้องๆ นั้นแหละ กันเอง กันเอง ฮิฮิฮิ...ส่วนตาอ้วนเหมือนเดิม...ที่รถนั้นแหละอุ่นดี...
วันนี้โชคดีนะที่ฟ้าค้อนข้างจะเปิดให้กับพวกเรา 360 องศา เห็นเกือบทุกด้านของเย็นวันนี้ มองเห็นยอดดอยอินทนนท์ ก็ o.k. อย่างเห็นในภาพนี้แหละค่ะ แต่ไม่เต็มร้อยนะค่ะ....
พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าแล้วละ...เราต้องเริ่มหามุมที่จะได้ภาพที่สวยที่สุดให้ได้....แล้วก็มาอวดกันพอหอมปากหอมคอ....
พี่แอนขอออกตัวก่อนนะ ช่างภาพสมัครเล่น..คงแข่งกับตากล้องตัวจริงไม่ได้หรอกนะค่ะ...
อยากให้คนได้รู้จัก "ดอยม่อนอังเกตุ"เยอะๆค่ะ ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้ไม่ได้ตกแต่งมีสวนดอกไม้เหมือนที่อื่น แต่...ก็คงธรรมชาติอยู่ค่ะ ไม่มีอะไรบอบช้ำ...
เอาละซิ เริ่มหามุมกันน่าดูเลยละทราบว่าน้องๆที่ร่วมเดินทางทริปนี้ชอบบรรยากาศที่นี่มากๆ และเขาก็น่ารักนะ
พระอาทิตย์เริ่มลาจากเราแล้ว หมอกก็เริ่มมาอีกแล้ว ยอดดอยอินทนนท์ก็เริ่มไม่เห็น....แต่ก็ไม่เป็นไร จุดประสงค์เราตอนนี้คือเก็บตะวันก่อนตกให้ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...
สุดยอดๆๆๆจริงๆ น้องๆเขาคงตั้งกล้องเตรียมกันน่าดู...เราต้องเดินไป
หาเขาหน่อยละ
เห็นไหมละ จริงๆๆ จะเอามุมไหนกันค่ะเนี้ยะ.....
ระวังไม่ทันนะ...จากประสบการณ์ที่นี่พระอาทิตย์ตกเร็วมากๆ...เดี่ยวเป็นได้รู้กัน
เห็นไหมละ เกือบไปแล้ว...

ส่วนพี่แอน ไม่แล้วใจ กับยอดดอยอินทนนท์ อยากรู้ว่าหลังเขาสลับสับซ้อนที่เป็นทิวเดียวกันจะคงเห็นภาพสวยๆได้หรือเปล่า
แล้วก็รีบวิ่งกลับไปหาโลฯใหม่เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ
โอ้....ติดขอบเขาแล้ว..มันช่างกะไรเสียนี่ อย่าเผลอนะ...
มีทั้งทิวหมอกเป็นชั้นๆ สลับสับซ้อนกับเมฆและเขา ที่เราเห็นอยู่ไกลๆ นั้นเป็นยอดดอยดงสามหมื่น เป็นดอยที่ชาวเขาเผ่าม้งอาศัยอยู่ และก็เป็นยอดดอยประวัติศาสตร์หลายๆเรื่อง หากมีโอกาศ ได้ไปยอดดอยดงสามหมื่นอีกครั้งพี่แอนจะนำมาเล่าให้ฟัง โปรดติดตามอย่าให้พลาดนะค่ะ
ตอนนี้เหลือให้เราให้แค่ครึ่งดวงเอง นี่แหละมั๊งที่เขาว่าตะวันชิงพบ..(ละครขึ้นสะมอง)












































































































































































































































































































หมอกตอนเช้า.....ใบหน้าเรา ปะทะกับเปลวของเจ้าหมอกแล้วมันช่างมีความรู้สึกว่าโดนละอองฝนอย่างนั้นแหละ....






























































































































































































































































นี่ก็ดอยหลวงเชียงดาวนั้นเอง............................











ฝั่งนี้ก็ขุนแม่ยะ...................... ระหว่างกำลังเดินทางกลับ...............
แล้วค่อยคุยกันใหม่จ๊ะ...............

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เส้นทางแห่งการค้นหา...สะเมิง

p การที่คนเราอยากที่จะค้นหาอะไรสักอย่าง..แม้แต่การค้นหาใจของตัวเอง มันก็ไม่มีอะไรที่สิ้นสุด...การให้รางวัลกับตัวเองคือการค้นหาในสิ่งที่เราชอบและปารถนามันไม่อยากเลย...เราหาเวลาว่างๆสำหรับตัวเองดูซิค่ะ....การเดินทางก็เป็นอีกสายทางหนึ่งที่บ่งบอกเราชอบอะไร...การเป็นแสงสีวิไลกับแสงสีของหิ่งห้อยหรือแม้แต่เดือนและดาว...มันช่างไม่เหมือนกันเลยนะ...
วิถีแห่งการท่องเที่ยวก็เช่นกัน...มันก็มีสิ่งที่คละเคล้ากันไป..ก็แล้วแต่คนชอบอีกละนะ...นี่ไง มันคือสิ่งที่เราค้นหา....



สะเมิง...เริ่มมีคนรู้จัก..เป็นสิ่งที่เราดีใจ...และก็แอบปลื้มในใจ...เพื่อที่อยากให้ใครต่อใครได้รู้จักมากๆขึ้น...ลองดูซิค่ะ ว่าสะเมิงมีอะไรอีกมากมายที่ยังไม่ได้สัมผัส...
เราจะเห็นความหลากหลายของเส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่เป็นเฉพาะที่ ที่ปะปนกันไป...ไม่ว่าธรรมชาติทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ...วัฒนธรรมของทรัพยากรมนุษย์...การทำการเกษตรที่เมื่อก่อนมีแต่การใช้สารเคมี...แต่แล้วก็ยังเปลี่ยนแปลงจากใช้สารเคมีกลายมาเป็นการใช้ชีวภาพที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด...แล้วก็ได้ผลเกินความคาดหมาย.....
ฉะนั้นใครก็ตามที่มาสะเมิง รับประทานอาหารโดยเฉพาะผัก ผลไม้ ปลอดภัยที่สุด ยังไม่พอ การลงอาบน้ำแร่ก็เช่นกันคุณภาพที่สะเมิงไม่เป็นรองใครไม่ว่าจะทีไหนก็แล้วแต่บ่อน้ำแร่ที่สะเมิงมีหลายแห่ง เช่น บ้านโป่งกาว ซึ่งที่นี่ขึ้นชื่อมาก บ้านแม่โต๋ อุทยานแห่งชาติขุนขาน แต่ละแห่งกำลังพัฒนาสถานที่เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.....
เราเห็นแต่มีการพิชิตยอดเขาที่นั้นที่นี่ ในเมืองไทย....ขอยกเว้นยอดเขาเอเวอเร็จนะ..ฮิ..ฮิ..แต่...สะเมิงมีให้นะค่ะ เป็นยอดเขาที่สูงติดอันดับ 10 ของประเทศไทย เลยเชียวแหละ สูง 1,840 เมตรจากระดับน้ำทะเล น่าคิด น่าคิด เลยเนอะ.....ชื่อว่าม่อนอังเกตุ....



หินมหัศจรรย์...ที่กลางหุบเขา...ใครไปสะเมิงแล้วไม่เห็นก็ไม่รู้จะว่ายังงัยแล้วค่ะ....


ที่สะเมิง...มีชาวเขาหลายชนเผ่าที่ได้อยู่ร่วมกัน และมีอัธยาศัยดีไม่แพ้ คนพื้นราบเลย...ไม่ว่ารอยยิ้ม...การต้อนรับ....บางที่เราอายเลยละ.....

การเดินทางแบบท้าทาย เส้นทางสายสะเมิง ยังมีให้ท่านได้ท้าทายกับความสนุกและปลอดภัย...ค้นหาได้ที่สะเมิง ซึ่งมีความต่างไม่เหมือนที่อื่น เพราะเราเที่ยวไปแต่ไม่ทำลาย.....ใครก็ตามหากได้มาสัมผัสอย่างนี้ก็ขอให้รักษากฏกติกาด้วยนะค่ะ

สุดท้าย..ใครอยากร่วมเดินทางกับพี่แอน ในโครงการเที่ยวไป ปลูกไป...กับพี่แอน ติดต่อได้ทุกเวลาเลยค่ะ.....